ค่ายไหนขายดีสุด ยอดขายรถยนต์ ประเทศไทยปี 2561

31 Jan 2019



ค่ายไหนขายดีสุด ยอดขายรถยนต์ ประเทศไทยปี 2561

 

เศรษฐกิจโลกในปีที่ผ่านมา (2561) ไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร จากปัญหาในตะวันออกกลาง และปัญหาความขัดแย้งที่บานปลาย กลายเป็นสงครามทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศไทยก็มีคนบ่นกันเยอะว่าเงียบๆ เหงาๆ ขายอะไรก็ไม่ค่อยจะดี และอยากให้มีการเลือกตั้งเร็วๆ เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น ส่วนคนที่มีเศรษฐกิจส่วนตัวดี๊ดีก็ดันหนีคดีออกนอกประเทศไปซะงั้น! ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกตั้งไม่ได้ช่วยทำให้พ่อค้าแม่ค้าในประเทศไทยขายของได้ดีขึ้น จะมีดีขึ้นมาหน่อยก็แค่พวกทำป้ายโฆษณาหาเสียง และพวกที่หวังจะรับเศษเงินจากนักโกงเมืองเท่านั้น การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ไม่ได้ทำให้ชาติบ้านเมืองเกิดความสามัดคีหรือเจริญก้าวหน้ากว่าชาติเพื่อนบ้าน แค่ทำให้คนบางกลุ่มที่อยากเลือกตั้งจนตัวสั่นร่ำรวยขึ้นจากท่อน้ำเลี้ยงที่เริ่มเปิดอีกครั้ง หลังจากอดอยากปากแห้งกันมานานตั้งแต่ปี 2557  นักเลือกตั้งหน้าเดิมเริ่มกระดี้กระด๊าจากสัญญาณไฟเขียวของ คสช. ที่เริ่มผ่อนคลายความเข้มงวด แต่กลับกลายเป็นความวุ่นวายของนักเลือกตั้งบางพรรคและกลุ่มคน ที่เข้ามาหากินด้วยการแสดงออกถึงความเป็นนักประชาธิปไตย (จอมปลอม) ที่ดูๆ ไปแล้วการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ไม่อาจทำให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น หรือเกิดความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติมากขึ้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น! การเลือกตั้งกับนักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่เคยทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก กลายเป็นวังวนซ้ำซากที่คนไทยจะต้องเผชิญไปอีกนานแสนนาน

 

อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยยังคงไปได้สวย ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดขายรถยนต์สูงเกิน 1 ล้านคัน เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Toyota Motor Thailand ทำการแถลงถึงสถิติยอดจำหน่ายรถยนต์ปี 2561 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2562 สำหรับยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2561 มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 19.2% โดยมียอดขายอยู่ที่ 1,039,158 คัน เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ผลักดันให้ GDP ของประเทศไทยเติบโต 4.2%* ส่งผลให้มียอดขายเกินหนึ่งล้านคันเป็นครั้งที่สามในประวัติศาสตร์ของตลาดรถยนต์ไทย”

สถิติการขายรถยนต์ ในปี 2561**

ยอดขายปี 2561
เปลี่ยนแปลง เทียบกับปี 2560
ปริมาณการขายรวม 1,039,158 คัน +19.2%
รถยนต์นั่ง 397,542 คัน +14.8%
รถเพื่อการพาณิชย์ 641,616 คัน +22.1%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง PPV) 511,676 คัน +20.6%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 447,069 คัน +22.6%

Toyota เจ้าตลาดและแชมป์ยอดขายรถยนต์ของประเทศไทย มียอดขาย 315,113 คัน เติบโต 31.2% โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 30.3% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.8 จุด แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 112,394 คัน เพิ่มขึ้น 16.3% รถเพื่อการพาณิชย์ 202,719 คัน เพิ่มขึ้น 41.2% และรถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง PPV) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 177,047 คัน เพิ่มขึ้น 32.7%

*ตัวเลขการเติบโตของ GDP เป็นตัวเลขประมาณการ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 2 มกราคม 2562


ตัวเลขยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2561 เป็นตัวเลขประมาณการ ณ วันที่ 21 มกราคม 2562

สถิติการขายรถยนต์ของ Toyota ในปี 2561
ยอดขายปี 2561 เทียบกับปี 2560  
ปริมาณการขายโตโยต้า 315,113 คัน +31.2% 30.3% +2.8*
รถยนต์นั่ง 112,394 คัน +16.3% 28.3% +0.4*
รถเพื่อการพาณิชย์ 202,719 คัน +41.2% 31.6% +4.3*
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง PPV) 177,047 คัน +32.7% 34.6% +3.2*
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง PPV) 150,928 คัน +37.2% 33.8% +3.6*

สำหรับการผลิตรถยนต์โดยโรงงานในประเทศไทยของ Toyota สามารถส่งออกรถ Toyota จำนวน 293,940 คัน ลดลง 1.8% คิดเป็นมูลค่า 154,560 ล้านบาท รวมถึงการส่งออกชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ มีมูลค่า 119,284 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยเป็นเงินทั้งสิ้น 273,844 ล้านบาท ลดลง 2.6% นอกจากนี้ ยอดการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออก จำนวน 588,939 คัน เพิ่มขึ้น 12.5%

แนวโน้มตลาดรถยนต์ปี 2562 คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ในจำนวนทั้งสิ้น 1,000,000 คัน เนื่องจากการลงทุนภาครัฐที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชน รวมถึงการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ในตลาดรถยนต์ของไทยอย่างต่อเนื่อง

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศ ปี 2562
 
ประมาณการปี 2562 เทียบกับปี 2561 
ปริมาณการขายรวม 1,000,000 คัน เปลี่ยนแปลง -3.8%
รถยนต์นั่ง 384,900 คัน เปลี่ยนแปลง -3.2%
รถเพื่อการพาณิชย์ 615,100 คัน เปลี่ยนแปลง -4.1%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 494,500 คัน เปลี่ยนแปลง -3.4%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 430,500 คัน เปลี่ยนแปลง -3.7 %

Toyota ตั้งเป้าหมายการขายสำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศปีนี้ไว้ที่ 330,000 คัน เพิ่มขึ้น 4.7% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 120,400 คัน เพิ่มขึ้น 7.1% รถเพื่อการพาณิชย์ 209,600 คัน เพิ่มขึ้น 3.4% และ รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง PPV) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 180,500 คัน เพิ่มขึ้น 2%

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้า ในปี 2562
ยอดขายปี 2561 เปลี่ยนแปลง ส่วนแบ่งตลาด 
ปริมาณการขายรวม 330,000 คัน เปลี่ยนแปลง +4.7% ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
รถยนต์นั่ง 120,400 คัน  เปลี่ยนแปลง +7.1%  ส่วนแบ่งตลาด 31.3%
รถเพื่อการพาณิชย์ 209,600 คัน เปลี่ยนแปลง +3.4% ส่วนแบ่งตลาด 34.1%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง PPV) 180,500 คัน เปลี่ยนแปลง +2.0% ส่วนแบ่งตลาด 36.5%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง PPV) 154,000 คัน เปลี่ยนแปลง +2.0% ส่วนแบ่งตลาด 35.8%

*ตัวเลขยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2561 เป็นตัวเลขประมาณการ ณ วันที่ 21 มกราคม 2562

สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของ Toyota ในปีนี้ คาดการณ์ไว้ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 270,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 8% คิดเป็นมูลค่า 137,303 ล้านบาท ตลอดจนการส่งออกชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ มูลค่า 120,662 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยเป็นเงินทั้งสิ้น 257,965 ล้านบาท ลดลง 5.8% โดยเป็นผลมาจากสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดในกลุ่มประเทศอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ นอกจากนี้ แผนการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออก

ปัจจุบัน Toyota Motor กำลังเผชิญกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และแนวโน้มใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้มีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์สู่การเป็นองค์กรแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) รวมถึงการให้บริการทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับระบบการเดินทาง ซึ่งในปี 2560 Toyota ได้ริเริ่มโครงการ “CU TOYOTA Ha:mo” ภายใต้ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาความต้องการและเงื่อนไข Ride Sharing ในเขตชุมชนเมือง จากผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมาเราได้การตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนที่ดี (ever-better mobility)

นอกจากนี้ Toyota ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและตอบสนองนโยบายของภาครัฐที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มการผลิตแบตเตอรี่ไฮบริดในประเทศไทยให้เร็วขึ้น ซึ่งจะเริ่มการผลิตที่โรงงานประกอบรถยนต์ Toyota Gateway ในเดือนพฤษภาคมนี้ Toyota ยังได้ริเริ่มโครงการการจัดการแบตเตอรี่ทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งประกอบไปด้วย

1. Rebuilt 
การนำแบตเตอรี่ใช้แล้วมาทำการคัดแยกโมดุล (เซลล์) ที่ยังสามารถใช้งานได้ นำมารวบรวมและจัดเรียงใหม่ ประกอบเป็นแบตเตอรี่ใหม่ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

2. Reuse 
นำแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วมาทำการคัดแยกโมดุล (เซลล์) ที่ยังคงมีประสิทธิภาพในการเก็บพลังงานไฟฟ้า นำมาประกอบเข้ากับระบบ BMS (Battery management system) ที่ควบคุมการรับและจ่ายกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บพลังงานงานสำรอง (Energy storage)


3. Recycle 
ในกรณีที่โมดุลที่ผ่านการคัดแยกไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ จะถูกนำไปผ่านกระบวนการเผาเพื่อคัดแยกแร่ธาตุ และนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ก้อนใหม่ 

โครงการดังกล่าวช่วยลดปัญหาการเกิดขยะ และช่วยทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนในประเทศ ภายใต้แนวคิดการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณการนำเข้าแบตเตอรี่ และยังช่วยให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริด

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย เดือนธันวาคม 2561*

1.) ตลาดรถยนต์รวม 
ปริมาณการขาย 111,000 คัน เพิ่มขึ้น 6.4% 
อันดับที่ 1 Toyota 31,152 คัน ลดลง 0.7% ส่วนแบ่งตลาด 28.1%*
อันดับที่ 2 Isuzu 21,923 คัน เพิ่มขึ้น 42% ส่วนแบ่งตลาด 19.8%*
อันดับที่ 3 Honda 13,289 คัน ลดลง 8.1% ส่วนแบ่งตลาด 12.0%*


2.) ตลาดรถยนต์นั่ง 
ปริมาณการขาย 38,200 คัน ลดลง 7.8% 
อันดับที่ 1 Honda 9,264 คัน ลดลง 12.8% ส่วนแบ่งตลาด 24.3%*
อันดับที่ 2 Toyota 9,211 คัน ลดลง 24.8% ส่วนแบ่งตลาด 24.1%*
อันดับที่ 3 Nissan 4,844 คัน เพิ่มขึ้น 7.8% ส่วนแบ่งตลาด 12.7%*

3.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ 
ปริมาณการขาย 72,800 คัน เพิ่มขึ้น 15.8% 
อันดับที่ 1 Toyota 21,941 คัน เพิ่มขึ้น 14.6% ส่วนแบ่งตลาด 30.1%*
อันดับที่ 2 Isuzu 21,923 คัน เพิ่มขึ้น 42% ส่วนแบ่งตลาด 30.1%*
อันดับที่ 3 Mitsubishi 5,987 คัน ลดลง 6.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%*

4.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* 
(Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) 
ปริมาณการขาย 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 16.4%
อันดับที่ 1 Isuzu 20,158 คัน เพิ่มขึ้น 44.2% ส่วนแบ่งตลาด 34.3%* 
อันดับที่ 2 Toyota 19,429 คัน เพิ่มขึ้น 7.5% ส่วนแบ่งตลาด 33.1%*
อันดับที่ 3 Mitsubishi 5,987 คัน ลดลง 6.1% ส่วนแบ่งตลาด 10.2%*

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 7,198 คัน

1-Toyota 2,324 คัน 
2-Mitsubishi  1,486 คัน 
3-Isuzu 1,393 คัน 
4- Ford 955 คัน
5- Chevrolet 728 คัน



5.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up 
ปริมาณการขาย 51,526 คัน เพิ่มขึ้น 21.1%
อันดับที่ 1 Isuzu 18,765 คัน เพิ่มขึ้น 48.3% ส่วนแบ่งตลาด 36.4%
อันดับที่ 2 Toyota 17,105 คัน เพิ่มขึ้น 16.4% ส่วนแบ่งตลาด 33.2%
อันดับที่ 3 Ford 4,928 คัน ลดลง 8.7%  ส่วนแบ่งตลาด 9.6%

*สถิติการจำหน่ายรถยนต์รวมปี 2561 เป็นตัวเลขประมาณการ ณ วันที่ 21 มกราคม 2562


สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2561
1.) ตลาดรถยนต์รวม 
ปริมาณการขาย 1,039,158 คัน เพิ่มขึ้น 19.2% 
อันดับที่ 1 Toyota 315,113 คัน เพิ่มขึ้น 31.2% ส่วนแบ่งตลาด 30.3%*
อันดับที่ 2 Isuzu 177,864 คัน เพิ่มขึ้น 10.8% ส่วนแบ่งตลาด 17.1%*
อันดับที่ 3 Honda 128,290 คัน เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนแบ่งตลาด 12.3%*

2.) ตลาดรถยนต์นั่ง 
ปริมาณการขาย 397,542 คัน เพิ่มขึ้น 14.8% 
อันดับที่ 1 Toyota 112,394 คัน เพิ่มขึ้น 16.3% ส่วนแบ่งตลาด 28.3%
อันดับที่ 2 Honda 95,793 คัน เพิ่มขึ้น 0.8% ส่วนแบ่งตลาด 24.1%
อันดับที่ 3 Mazda 51,257 คัน เพิ่มขึ้น 39.4% ส่วนแบ่งตลาด 12.9%

3.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ 
ปริมาณการขาย 641,616 คัน เพิ่มขึ้น 22.1% 
อันดับที่ 1 Toyota 202,719 คัน เพิ่มขึ้น 41.2% ส่วนแบ่งตลาด 31.6%
อันดับที่ 2 Isuzu 177,864 คัน เพิ่มขึ้น 10.8% ส่วนแบ่งตลาด 27.7%
อันดับที่ 3 Ford 65,842 คัน เพิ่มขึ้น 18.5% ส่วนแบ่งตลาด 10.3%


4.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*
(Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) 
ปริมาณการขาย 511,676 คัน เพิ่มขึ้น 20.6%
อันดับที่ 1 Toyota 177,047 คัน เพิ่มขึ้น 32.7% ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 2 Isuzu 162,132 คัน เพิ่มขึ้น 10.9% ส่วนแบ่งตลาด 31.7%
อันดับที่ 3 Ford 65,145 คัน เพิ่มขึ้น 23.7%* ส่วนแบ่งตลาด 12.7 %

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 64,607 คัน

1- Toyota 26,119 คัน 
2- Mitsubishi 12,982 คัน 
3- Isuzu 12,554 คัน 
4- Ford 9,628 คัน
5- Chevrolet 2,196 คัน 


5.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up 
ปริมาณการขาย 447,069 คัน เพิ่มขึ้น 22.6%
อันดับที่ 1 Toyota 150,928 คัน เพิ่มขึ้น 37.2% ส่วนแบ่งตลาด 33.8%*
อันดับที่ 2 Isuzu 149,578 คัน เพิ่มขึ้น 11.8% ส่วนแบ่งตลาด 33.5%*
อันดับที่ 3 Ford 55,517 คัน* เพิ่มขึ้น 24.7% * ส่วนแบ่งตลาด 12.4%*

*สถิติการจำหน่ายรถยนต์รวมปี 2561 เป็นตัวเลขประมาณการ ณ วันที่ 21 มกราคม 2562

 

Cr.thairath


SHARE :

CONTACT US

เลขที่ 6/172 ม.7 ถ.ศรีนครินทร์ ต.บางเมือง
อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

Tel: 020-733-788
E-mail: info@carlots.co.th
ฝ่ายรับซื้อ: 06-1714-4000 Line ID: @cl.buy
ฝ่ายขาย: 06-1714-5000 Line ID: @cl.sales